Domain Name ขอเรียกสั้นๆว่า "โดเมน" นะครับ
โดเมนเป็นตัวที่ใช้อ้างอิง ไอพีของเว็บไซต์นั้นๆ เช่น ลองพิมพ์ไอพีนี้ 209.85.175.191
แล้วกด Enter ดูสิครับ มันจะเข้าเว็บกูเกิ้ล. ทีนี้ทุกเว็บไซต์จะต้องมีไอพี แบบนี้กันหมด
(ตัวเลขจะต่างกันไป). ซึ่งเราคงจะจำไม่หวาดไม่ไหวแน่ๆ ดังนั้นผู้ดูแลโดเมนจึงให้ทำ
เป็นชื่อเลยดีกว่า จะจำง่ายกว่าตัวเลขเยอะ
ปัจจุบันนามสกุลของโดเมนก็มีเพียบ เช่น .com, .net, .org, .info, .biz, .us, .ca, .co.th,
.in.th, .or.th เป็นต้น. แต่ที่นิยมเป็นสากลก็คือ .com เพราะหมายถึงการค้า แต่ก็ยังใช้
เป็นนามสกุลของเว็บบทความ และเว็บเนื้อหาอื่นๆได้อีกด้วยแล้วแต่เราจะนำไปใช้.
ก่อนจะจดโดเมนเรา ต้องไปเช็คชื่อโดมนก่อนว่ามันว่างหรือป่าว ส่วนมากผมไปเช็คที่
www.mydomain.com เพราะสามารถเช็คได้ทีละหลายๆโดเมน และหลายๆนามสกุล
(แต่พอจะจดโดเมน ผมจะไปจดที่อื่นนะครับ เพราะที่นี่มันแพง ฮะๆ).
ส่วนจะเลือกจดโดเมนที่ไหนนั้นก็ลองหาดูนะครับ ดูที่เชื่อถือได้ มีปัญหาสามารถตอบ
เราได้อย่างน้อย 12-24ชั่วโมง ส่วนตัวก็จะไปจดโดเมนกับผู้รับจดโดเมนในต่างประเทศ
เพราะสะดวกดี พอเราโอนเงินปุ๊บ โดเมนก็จะเป็นของเราทันที. ไม่เหมือนในไทยต้อง
รอเช็คยอดเงินก่อน ถึงจะจดให้เรา(ผมกลัวโดนจดตัดหน้าน่ะครับ). แต่ในไทยดีตรงที่
คุยภาษาไทยได้รู้เรื่อง ก็คงอยู่ที่ความคิดเห็นของแต่ละคนแล้วล่ะครับ.
==========================
วันอังคาร, กรกฎาคม 15, 2008
วันจันทร์, กรกฎาคม 14, 2008
Hosting
ตามที่ผมเข้าใจ หมายถึง ที่สำหรับเก็บไฟล์ Digital ซึ่งการจะดูไฟล์เหล่านั้นได้ ส่วนมาก
จะต้องใช้ Internet ในการเข้าดู แบ่งได้ 3แบบตามที่ผมเข้าใจนะครับ
1.ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แค่สมัครสมาชิกแล้วสามารถใช้งานได้เลย ไม่ต้องมีโปรแกรม
ช่วยให้ยุ่งยาก เช่น www.blogger.com
2.ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่แบบนี้เราต้องเขียนโคดเอง(HTML,PHP,อื่นๆ) ต้องรู้เรื่องการเขียน
โปรแกรมระดับนึง เช่น www.110mb.com
3.เสียเงิน แบบนี้เราสามารถปรับแต่ง หน้าเว็บที่เราเขียนเองได้ตามใจชอบ ซึ่งคุณภาพจะ
ดีกว่าแบบที่2 เพราะลูกเล่นจะมีให้เยอะกว่า และระบบ Hosting จะดีกว่า รองรับภาษา
โปรแกรม ได้หลายภาษา
การใช้งานก็ต้องดูว่าเราใช้งานแบบไหน เช่น ถ้าเราอยากเขียนบทความให้คนทั่วไปได้อ่านเล่นๆ
ไม่ได้ทำการค้าอะไร เราก็ใช้แบบที่1 ก็พอแล้ว. แต่ถ้าเราจะเอาไปทำเว็บการค้าที่ระบบเว็บ
ต้องการรองรับภาษาโปรแกรม ได้หลายภาษา ก็ควรใช้แบบที่3.
==========================
จะต้องใช้ Internet ในการเข้าดู แบ่งได้ 3แบบตามที่ผมเข้าใจนะครับ
1.ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แค่สมัครสมาชิกแล้วสามารถใช้งานได้เลย ไม่ต้องมีโปรแกรม
ช่วยให้ยุ่งยาก เช่น www.blogger.com
2.ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่แบบนี้เราต้องเขียนโคดเอง(HTML,PHP,อื่นๆ) ต้องรู้เรื่องการเขียน
โปรแกรมระดับนึง เช่น www.110mb.com
3.เสียเงิน แบบนี้เราสามารถปรับแต่ง หน้าเว็บที่เราเขียนเองได้ตามใจชอบ ซึ่งคุณภาพจะ
ดีกว่าแบบที่2 เพราะลูกเล่นจะมีให้เยอะกว่า และระบบ Hosting จะดีกว่า รองรับภาษา
โปรแกรม ได้หลายภาษา
การใช้งานก็ต้องดูว่าเราใช้งานแบบไหน เช่น ถ้าเราอยากเขียนบทความให้คนทั่วไปได้อ่านเล่นๆ
ไม่ได้ทำการค้าอะไร เราก็ใช้แบบที่1 ก็พอแล้ว. แต่ถ้าเราจะเอาไปทำเว็บการค้าที่ระบบเว็บ
ต้องการรองรับภาษาโปรแกรม ได้หลายภาษา ก็ควรใช้แบบที่3.
==========================
Internet เบื้องต้น
ปัจจุบัน Internet ในเมืองไทยได้ก้าวหน้าไปอย่างมาก ซึ่งถ้าสถาบัน หรือองค์กรไหน ใช้ระบบ
Internet แล้วล่ะก็การทำงานจะรวดเร็วอย่างมากทีเดียว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน ก็คือ E-mail
(จดหมายอิเล็กทรอนิกส์) ซึ่งมาแทนที่ จดหมายกระดาษแบบเดิม
อุปกรณ์ในการเชื่อมต่อ Internet ที่นิยมใช้กันก็มีดังนี้
1.คอมพิวเตอร์ หรือ โน๊ตบุ๊ค หรือ โทรศัพท์มือถือ หรือ PDAs หรือ อื่นๆ(นึกไม่ออก)
2.สัญญาณโทรศัพท์บ้าน หรือของมือถือ
3.แพกเกจ Internet เช่น ขั่วโมง Internet แบบ 56k หรือ ADSL แบบไม่จำกัดชั่วโมง
4.โมเดม
ระบบการทำงานพื้นฐานของ Internet เป็นแบบด้านล่างครับ
ผู้ใช้งาน --ร้องขอ--> Modem --ร้องขอ--> ISP --ประสาน--> Server (www.blogger.com)
ผู้ใช้งาน <--ส่งข้อมูล-- Modem <--ส่งข้อมูล-- ISP <--ส่งข้อมูล-- Server (www.blogger.com)
ผู้ใช้งานสั่งคอมพิวเตอร์ให้หมุนหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อเชื่อมต่อ Internet โดยส่งคำร้องขอ
ไปยัง ISP(ผู้ให้บริการ Internet ค่ายนั้นๆ).หลังจากเชื่อมต่อ Internet สำเร็จเรียบร้อยแล้ว
เราก็พิมพ์ชื่อโดเมน www.blogger.com ที่ Address(อยู่ใน Internet Explore หรือ Fire Fox)
เมื่อเรากด Enter คอมพิวเตอร์ของเราก็จะส่งคำร้องขอ ผ่านโมเดมวิ่งไปเรื่อยๆ จนถึง ISP
(ผู้ให้บริการ Internet ค่ายนั้นๆ). ทาง ISP ก็จะเป็นตัวประสานงานเราอีกที โดยส่งคำร้องขอ
ของเรา ไปให้ทาง Server ของ www.blogger.com อีกทีนึง. และทาง www.blogger.com
ก็ส่งข้อมูลที่เราต้องการมาแสดงที่หน้าคอมพิวเตอร์ของเราอีกทีนึง.
==========================
Internet แล้วล่ะก็การทำงานจะรวดเร็วอย่างมากทีเดียว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน ก็คือ E-mail
(จดหมายอิเล็กทรอนิกส์) ซึ่งมาแทนที่ จดหมายกระดาษแบบเดิม
อุปกรณ์ในการเชื่อมต่อ Internet ที่นิยมใช้กันก็มีดังนี้
1.คอมพิวเตอร์ หรือ โน๊ตบุ๊ค หรือ โทรศัพท์มือถือ หรือ PDAs หรือ อื่นๆ(นึกไม่ออก)
2.สัญญาณโทรศัพท์บ้าน หรือของมือถือ
3.แพกเกจ Internet เช่น ขั่วโมง Internet แบบ 56k หรือ ADSL แบบไม่จำกัดชั่วโมง
4.โมเดม
ระบบการทำงานพื้นฐานของ Internet เป็นแบบด้านล่างครับ
ผู้ใช้งาน --ร้องขอ--> Modem --ร้องขอ--> ISP --ประสาน--> Server (www.blogger.com)
ผู้ใช้งาน <--ส่งข้อมูล-- Modem <--ส่งข้อมูล-- ISP <--ส่งข้อมูล-- Server (www.blogger.com)
ผู้ใช้งานสั่งคอมพิวเตอร์ให้หมุนหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อเชื่อมต่อ Internet โดยส่งคำร้องขอ
ไปยัง ISP(ผู้ให้บริการ Internet ค่ายนั้นๆ).หลังจากเชื่อมต่อ Internet สำเร็จเรียบร้อยแล้ว
เราก็พิมพ์ชื่อโดเมน www.blogger.com ที่ Address(อยู่ใน Internet Explore หรือ Fire Fox)
เมื่อเรากด Enter คอมพิวเตอร์ของเราก็จะส่งคำร้องขอ ผ่านโมเดมวิ่งไปเรื่อยๆ จนถึง ISP
(ผู้ให้บริการ Internet ค่ายนั้นๆ). ทาง ISP ก็จะเป็นตัวประสานงานเราอีกที โดยส่งคำร้องขอ
ของเรา ไปให้ทาง Server ของ www.blogger.com อีกทีนึง. และทาง www.blogger.com
ก็ส่งข้อมูลที่เราต้องการมาแสดงที่หน้าคอมพิวเตอร์ของเราอีกทีนึง.
==========================
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
